จัดทริปไปแคมป์ปิ้งได้ง่ายแบบฉบับมือใหม่

เต็นท์แคมป์ปิ้ง

เมื่อร่างกายต้องการการพักผ่อน การได้ไปแคมป์ปิ้งในที่ธรรมชาติสวยๆ มีกิจกรรมต่างๆ ได้ร่วมทำกับคนที่เรารัก คงจะมีความสุขไม่น้อย การไปแคมป์ปิ้งก็เป็นการท่องเที่ยวอีกประเภทหนึ่งที่มีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย อีกทั้งยังได้ใกล้ชิดธรรมชาติที่สวยงามที่หลายๆคนชื่นชอบ แต่มือใหม่ก็ยังไม่ถนัดเรื่องการจัดทริปเท่าไหร่นัก  วันนี้เลยอยากมาแชร์วิธีการเลือกสถานที่ และรายละเอียดในการจัดทริปแคมป์ปิ้งมาให้ดูกัน 

การวางแผนและกำหนดขอบเขตในเรื่องต่างๆ  

1.กำหนดวันและช่วงเวลาที่จะไปแคมป์ปิ้ง 

ต้องกำหนดวันเวลาในการออกไปแคมป์ปิ้งให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้วางแผนการเดินทางทั้งไปและกลับ รวมไปถึงกิจกรรมที่จะทำในการไปแคมป์ปิ้งในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า การนอนในเต็นท์แคมป์ปิ้ง การทำอาหาร ฯ เมื่อมีวันและวันที่แน่นอนก็จะสามารถจัดกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเวลาต่างออกมาได้ดี  การที่มีกำหนดการณ์วันเวลาที่แน่นอนยังส่งผลดีต่อผู้ร่วมทริปด้วย ทุกคนจะได้วางแผนวันหยุดให้ตรงกันและไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง 

2.จัดกิจกรรมต่างๆ ในทริปแคมป์ปิ้ง 

การท่องเที่ยวแบบแคมป์ปิ้งไม่ใช่แค่การเดินทางเพื่อไปนอนในเต็นท์แคมป์ปิ้งเท่านั้น ยังมีหลายๆกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารร่วมกัน การร้องเพลง การถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ฯ แต่ไม่ว่ากิจกรรมใดๆ ที่ทำกันในการไปแคมป์ปิ้งนี้ ควรพึงระลึกเสมอว่าควรต้องอยู่ในพื้นฐานของความปลอดภัยและไม่รบกวนผู้อื่นเป็นหลัก และกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นควรที่จะเป็นกิจกรรมที่ผู้ร่วมแคมป์ปิ้งมีส่วนร่วมและสนุกสนานไปด้วยกันได้ทุกคน และต้องอยู่ในระยะเวลาที่พอเหมาะ ไม่รบกวนเวลาการพักผ่อนมากจนเกินไปนัก เพื่อเป็นการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าและได้รับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม 

3.เลือกสถานที่ในการกางเต็นท์แคมป์ปิ้ง 

จะต้องเลือกสถานที่ที่สามารถจัดกรรมต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย และเป็นพื้นที่ที่เปิดให้มีการกางเต็นท์แคมป์ปิ้งเพื่อทำกิจกรรมแคมป์ปิ้งโดยเฉพาะ เมื่อเลือกสถานที่ที่ต้องการจะไปตั้งแคมป์ปิ้งได้แล้ว ควรพิจารณาว่าสถานที่เลือกมานั้นมีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ ตรงกับความต้องการของตัวเองและผู้ร่วมแคมป์ปิ้งหรือไม่ สถานที่ตั้งแคมป์ปิ้งควรจะเป็นพื้นที่ที่อำนวยต่อการตั้งเต็นท์แคมป์ปิ้ง และทำกิจกรรมอย่างอื่นได้อย่างสะดวกสบายด้วย เพื่อจะได้ใช้เวลาที่ต้องไปแคมป์ปิ้งได้อย่างคุ้มค่าได้ทำกิจกรรมหลากหลาย ก่อนที่จะตั้งเต็นท์แคมป์ปิ้งลงในพื้นที่ต่างๆ ควรสำรวจให้ดี หลีกเลี่ยงไม่กางเต็นท์บนบริเวณที่เป็นทางไหลของน้ำ หรือเป็นพื้นที่เป็นป่ารกทึบ พื้นดินไม่สม่ำเสมอกัน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้  

การวางแผนเรื่องความปลอดภัยในด้านต่างๆ 

1.ศึกษาและรวบรวมข้อมูลที่จำเป็น 

รวบรวมข้อมูลที่สำคัญเช่นเบอร์โทร ข้อมูลการติดต่อ สถานที่ที่จะขอรับความช่วยเหลือได้ หากเราเกิดเรื่องเดือดร้อน อุบัติเหตุ หรืออาการเจ็บป่วยต่างในระหว่างที่แคมป์ปิ้งอยู่ 

2.เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ดีมีความพร้อม 

ข้าวของเครื่องใช้ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำไปแคมป์ปิ้งด้วยควรอยู่ในลักษณะที่พร้อมใช้งาน หากมีชิ้นไหนที่ชำรุดทรุดโทรมก็ควรซ่อมหรือซื้อใหม่ให้เรียบร้อย 

เมื่อถึงเวลาหยุดพักผ่อนคราวหน้าก็จะสามารถจัดกิจกรรมในการท่องเที่ยวได้ด้วยตัวเอง คงเพิ่มความสุขได้มากขึ้นเพราะเป็นรายละเอียดที่สามารถระบุลงไปได้เองจึงตรงกับความต้องการมากที่สุด ก็หวังว่าเรื่องที่นำมาแชร์ในวันนี้จะช่วยให้นักแคมป์ปิ้งมือใหม่เข้าใจเรื่องการจัดทริปแคมป์ปิ้งและทำตามได้ไม่ยาก