เรียกได้ว่ากระแสการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสธรรมชาติกำลังมาแรง ไม่แพ้เทรนด์การเที่ยวทะเลกันเลยนะครับ เนื่องจากวัยรุ่นชาวเมืองกรุงเริ่มที่จะโหยหาความเงียบสงบ บรรจบกับสีเขียวของธรรมชาติพร้อมกับเสียงสิงห์สาราสัตว์ต่างๆ ที่จะคอยปลอบประโลบสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจที่สบายหัว สบายหูและสบายใจได้เป็นอย่างดี เป็นที่แน่นอนว่าใครหลายคนคงจะไม่เคยเดินป่าหรือทำการแคมป์ปิ้งเป็นมาตั้งแต่เกิด วันนี้เราจึงขอนำเสนอ “ความรู้ คู่มือชาวแคมป์ปิ้ง” เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับทั้งมือใหม่และผู้มีประสบการณ์ให้ได้เตรียมตัวก่อนลงสนามจริงได้อย่างถูกต้องกันครับ
อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเดินป่าหรือแคมป์ปิ้งมีอะไรบ้าง?
– เป้สำหรับเดินป่า เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างมาก และเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรใส่ใจเป็นอันดับแรก เป้เดินป่าเป็นอุปกรณ์ที่เน้นความแข็งแรงของโครงสร้าง การถ่ายน้ำหนักที่ดี เพื่อการแบกไปบนหลังอย่างสบายสำหรับการเดินป่าวันละหลายชั่วโมง และต้องสร้างความคล่องตัวสำหรับการปีนป่ายหรือมุดลอด และน้ำหนักเบาพอที่จะไม่เพิ่มภาระให้กับคนแบก
– เต็นท์ ปัจจุบันมีเต็นท์หลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร ส่วนใหญ่เต็นท์เดินป่ามีขนาดสำหรับ 1-2 คน และมีน้ำหนักเบา เน้นความสะดวก เพราะต้องเปลี่ยนจุดพักแรมระหว่างทาง
– เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ และโลชันกันแดด การเตรียมเสื้อผ้าสำหรับการเดินป่าควรคำนึงถึงเรื่องสภาพอากาศเป็นหลัก เสื้อผ้าที่เหมาะสำหรับการเดินทางป่าควรมีเนื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี และแห้งเร็ว หากช่วงที่ทำการเดินป่าควรเตรียมชุดที่ให้ความอบอุ่นด้วย
– รองเท้าเดินป่า นอกจากการเลือกรองเท้าที่มีคุณภาพแล้ว การเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับเส้นทางมากที่สุด
– อาหารและน้ำดื่มที่เพียงพอ ควรเตรียมในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อไม่ให้น้ำหนักในการแบกมากเกินไป
– มีดพกและอุปกรณ์ก่อไฟ เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยในการประกอบอาหาร และเป็นเชื้อเพลงสำหรับใช้จุดไฟให้แสงสว่างยามค่ำคืนนั้นเอง
ข้อควรปฏิบัติสำหรับมือใหม่ในการเดินป่ามีอะไรบ้าง?
ก่อนที่จะทำการเดินป่า สำหรับมือใหม่ควรเตรียมตัวดังนี้
1.เช็คสภาพร่างกายของตนเอง ให้พร้อมสำหรับการเดินทาง เนื่องจากการเดินป่าไม่ได้เป็นเพียงการเดินท่องเที่ยวธรรมดาๆ เพียงเท่านั้น ท่านจะต้องแบกเป้ขนของที่จำเป็นไปพร้อมกับเดินไปยังจุดมุ่งหมายด้วยเวลาที่จำกัดอีกด้วย
2.ตรวจสอบเส้นทางและวางแผนการเดินทางอย่างรัดกุม เนื่องจากหากไม่มีการเช็คเส้นทางล่วงหน้า อาจก่อให้เกิดอันตรายในภายภาคหน้าได้
3.เช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง ซึ่งในแต่ละสถานที่นั้น จะมีสภาพอากาศที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเช็คสภาพอากาศล่วงหน้า จะช่วยให้เราเตรียมตัวได้ดีมากขึ้น
4.ติดต่อผู้ชำนาญทางหรือเจ้าหน้าที่ดูแลป่า เพื่อป้องอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นแล้ว เราควรที่จะมีผู้ชำนาญเส้นทางเดินทางไปกับเราด้วยครับ
